Suanpoopan Lemon Garden

[email protected]

Blog Post New Entry

ความเป็นมามะนาวพิจิตร 1 ที่สวนส้มผู้พัน

Posted by [email protected] on February 22, 2010 at 12:05 AM

            พันโท จรัญ เล่าว่า เมื่อปลายปี 2549 ท่านได้รับรู้เรื่องของความสาเร็จของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการปรับปรุงการปลูกมะนาวพันธุ์ ที่มีชื่อว่า “ พันธุ์พิจิตร 1” ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีความต้านทานโรคสูง ให้ผลดก น้ามาก ผลโต และให้ผลผลิตเร็ว ซึ่งขณะนั้นท่านกาลังคิดที่จะปรับเปลี่ยนจากการทาสวนมังคุดเพื่อหันไปปลูกพืชอื่นอยู่พอดีท่านจึงเดินทางไปศึกษาดูงานและซื้อกิ่งพันธุ์มะนาว“พันธุ์พิจิตร 1 “ มาจากจังหวัดพิจิตร จานวน 500 กิ่งเพื่อนามาปลูกแทนในพื้นที่สวนมังคุดเดิม โดยโค่นต้นมังคุดที่กาลังให้ผลผลิตอยู่ทิ้งไปจานวนหนึ่ง แล้วปรับพื้นที่ใหม่ให้เสมอทาคูระบายน้าคิดหาวิธีที่จะทาให้มะนาวออกผลนอกฤดูกาล ในที่สุดก็ตัดสินใจคิดได้ว่าจะลองปลูกมะนาวลงในวงบ่อซีเมนต์ จึงได้ไปซื้อวงบ่อซีเมนต์พร้อมฝาปิดขนาดเดียวกัน โดยซื้อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 80 – 100 เซนติเมตร สูง 50 เซนติเมตร มาวางเรียงให้ได้ระยะห่าง 3 x 4 เมตร ที่ก้นวงบ่อใช้ฝาซีเมนต์ขนาดเดียวกันมาวางรองเพื่อป้องกันไม่ให้รากของต้นมะนาวชอนไชลงถึงพื้นดินโดยไม่ต้องเชื่อมให้ติดกัน เพราะต้องการให้มีการระบายน้าซึ่งไม่ควรมีช่องว่างที่กว้างเกินไปเพราะอาจจะทาให้ดินไหลออกมาเมื่อรดน้านานๆ และควรวางวงบ่อในบริเวณที่แสงแดดส่องได้ทั่วถึง จากนั้นนาดินกับปุ๋ยคลุกเคล้ากันโดยใช้สูตรดิน 2 ส่วน ปุ๋ย 1 ส่วน ซึ่งปุ๋ยจะใช้ปุ๋ยชีวภาพทั่วไป สาหรับการใส่ปุ๋ยต้นมะนาวต้นหนึ่งจะใช้ปุ๋ยประมาณ 1 – 2 กิโลกรัม เมื่อเตรียมวงบ่อซีเมนต์เสร็จก็จัดทาระบบน้าแล้วนากิ่งพันธุ์ลงปลูกซึ่งปัจจุบันปลูกไปแล้ว 500 ต้นที่ซื้อมา โดยทดลองปลูกในวงบ่อซีเมนต์ 200 ต้น และปลูกลงดิน 300 ต้น ( พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกมะนาวได้ประมาณ 100 บ่อ;)

 

 

 

ขั้นตอนการดำเนินงาน

1. การเตรียมดินปลูก ควรเลือกหน้าดินที่มีอินทรียวัตถุเพียงพอ

- ใช้หน้าดิน 2 ส่วน ผสมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 1 ส่วน และเพิ่มโดโลไมต์เล็กน้อยหรือใช้ดินร่วนผสม ปุ๋ยหมักในอัตรา 3 ต่อ 2 หรือดินร่วนผสมปุ๋ยคอกในอัตรา 3 ต่อ 1 ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันดี ใส่ดินที่ผสมแล้วลงในวงบ่อให้เต็มถึงขอบบ่อโดยให้ดินแน่นพอควรแล้วพูนดินเป็นรูปหลังเต่าสูงประมาณ 6 – 8 นิ้ว

2. การนำกิ่งพันธุ์ลงปลูก

- เลือกกิ่งพันธุ์ที่แข็งแรงเจริญเติบโตสมบูรณ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้และต้องเป็นกิ่งพันธุ์ที่ทนต่อโรค เพื่อป้องกันโรคแคงเกอร์

- เจาะหลุมตรงกลางวงบ่อซีเมนต์ให้ลึกพอประมาณ นากิ่งพันธุ์มะนาวที่เตรียมไว้วางในหลุมให้ลึกประมาณ 5 นิ้ว โดยแผ่รากมะนาวไม่ให้ขดเป็นก้อน กลบดินที่โคน ปักไม้และผูกกับต้นมะนาวเพื่อป้องกันการโยกของต้นเพื่อไม่ให้รากกระเทือนแล้วใช้เศษหญ้าคลุมหน้าดิน

3. การให้น้ำ รดน้าให้ชุ่มหลังจากใช้เศษหญ้าคลุมหน้าดินแล้ว

- สัปดาห์แรกรดน้าทุกวัน ๆละ 1-2 ครั้งให้ดินชุ่ม (ถ้าฝนไม่ตก;) และควรให้น้าครั้งละน้อย ๆโดยเปิดสปริงเกอร์ ใช้เวลาเพียง 5 นาทีต่อครั้ง ถ้าให้น้ามากกว่านี้น้าจะชะล้างเอาดินออกมาด้วยทาให้ดินยุบตัวเร็ว ต่อไปจึงรดน้าวันเว้นวัน หรือรดน้าเมื่อดินแห้งหรือใบสลด การปลูกมะนาวแบบนี้จะขาดน้าไม่ได้

4. การให้ปุ๋ย    เมื่อปลูกมะนาวได้ประมาณ 1 เดือน ให้ใส่ปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ 15-15-15 หรือ 16 - 16 - 16 ต้นละ 1 ช้อนแกงครึ่ง โดยหว่านรอบโคนต้นแล้วรดน้าตาม ต่อไปใส่ปุ๋ย ทุก 20 วัน และพ่นปุ๋ยทางใบ (อาหารเสริม-อาหารรอง;) โดยผสมกับสารป้องกันกาจัดโรคเดือนละ 1 ครั้ง เมื่อมะนาวมีอายุ 8 เดือน ให้ปุ๋ย สูตร 8-24-24 ต้นละ 1 ช้อนแกง หลังเก็บผลให้ตัดแต่งกิ่ง และเติมดินร่วนผสมปุ๋ยหมัก/ ปุ๋ยคอก อัตราส่วน 1 ต่อ 1 ให้เต็มปากบ่อ โดยพูนดินเป็นหลังเต่า และใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ ปริมาณ 2 ช้อนแกงต่อต้นและรดน้าให้ชุ่ม( ใส่ทุก 20 วัน )

5. การบังคับให้ออกดอก   ในช่วงประมาณเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน หลังจากให้ปุ๋ย สูตร 15-15-15 ประมาณ 1 ช้อนแกง จึงรดน้าพอให้ปุ๋ยละลาย แล้วต้องงดการให้น้าอย่างสิ้นเชิง เป็นเวลา 15- 20 วัน แต่ถ้าฝนตกก็จะต้องหาพลาสติกมาคลุมโคนต้นทุกต้น เมื่อเห็นว่ามะนาวเริ่มเฉาสลัดใบทิ้งจึงให้น้าตามปกติ และให้ปุ๋ยสูตร 8-24-24 โดยใช้ 2 ช้อนแกงต่อต้น ต่อมาอีกประมาณ 15 วัน จะเห็นว่ามะนาวจะเริ่มแตกยอดอ่อน และออกดอกมาในคราวเดียวกัน ในช่วงระยะมะนาวมีดอก จะต้องดูแล โดยการฉีดพ่นสารสะเดา หรือสารขับไล่แมลงอื่น ๆส่วนในช่วงมะนาวติดผลจะต้องฉีดพ่น สารกาจัดเชื้อราบ้างและต้องให้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ในอัตรา 1-2 ช้อนแกงต่อต้น ทุก 20 วัน มะนาวที่ติดผลอ่อนในช่วงเดือน พฤศจิกายนจะเก็บผลได้ประมาณเดือนเมษายน ซึ่งจะขายได้ในราคาดีเพราะช่วงนี้มะนาวในท้องตลาดจะขาดแคลน

 

วัสดุอุปกรณ์

1. บ่อซีเมนต์

2. ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก

3. ดินที่มีอินทรียวัตถุเพียงพอ

4. กิ่งพันธุ์ที่แข็งแรงเจริญเติบโตสมบูรณ์

5. สปริงเกอร์

6. ปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ 15-15-15 หรือ 16 - 16 – 16

 

 

 

จุดเน้น

- ถ้าจะให้มะนาวออกผลนอกฤดูกาล ต้องปลูกในวงบ่อซีเมนต์และต้องควบคุมการให้น้า

- ต้นกล้ามะนาว ต้องมีอายุตั้งแต่ 8 เดือน ถึง 1 ปีขึ้นไป จึงจะบังคับให้ออกผลนอกฤดูได้

- มะนาวที่ปลูกในวงบ่อซีเมนต์ ต้นจะไม่สูงมาก จะสูงประมาณ 1-2 เมตร หนามจะน้อย และตัดแต่งได้สะดวก

- ต้นกล้าควรใช้พันธุ์ พิจิตร 1 ซึ่งต้านทานโรคได้ดี

- ปุ๋ยที่ใช้ ควรเป็นปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก น้าหมักชีวภาพ จะดีกว่าปุ๋ยเคมี

- มะนาวไม่ต้องการน้ามาก ไม่ชอบแฉะ ชอบแสงแดด ประมาณ 80% ซึ่งสามารถปลูกได้ทุกภาคในประเทศไทย

- เวลาใส่ปุ๋ยเคมี ให้ใส่ปุ๋ยเคมีลงไปก่อนแล้วใส่ปุ๋ยหมักทับเพื่อไม่ให้ปุ๋ยเคมีระเหย

ปัญหา /อุปสรรค

- มะนาวจะมีโรคแกงเกอร์ และ แบคทีเรียกินตายหมดได้ ปัญหาใบเหลืองเป็นจุดและโรคติดต่อทางน้าซึ่งโรคใบแก้วจะตามมา ทาให้ไม่มีความต้านทานต่อโรคและมะนาวไม่สมบูรณ์ ซึ่งป้องกันได้โดยเมื่อออกยอดใหม่ให้ฉีด คอบเปอร์ซัลเฟต ( คอบเปอร์ไดออกไซด์;)

- ปัญหาการส่งออกต่างประเทศ ผลผลิตต้องไม่มีโรคและผลไม่ช้าจึงจะได้ราคาดี

 

----ขอบคุณครับ----

ที่มา บทความการปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์ โดย นงเยาว์ ภู่แก้วhttp://www.nidtep.go.th/quality/download/1253216690_4.pdf

Categories: None

Post a Comment

Oops!

Oops, you forgot something.

Oops!

The words you entered did not match the given text. Please try again.

Already a member? Sign In

2 Comments

Reply LetItBe
11:42 AM on March 19, 2013 
ขอบคุณครับ
เข้ามาเชียร์อีกเสียงว่า ใช้ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกดีกว่าปุ๋ยเคมีครับ
เพิ่มเติม http://www.thephytonova.com/ฟายโตมัส-กับ-มะนาว;
และ http://www.thephytonova.com/โนวา-โปรตีน-กับ-มะนาว;
Reply Alex
5:18 PM on May 12, 2012 
Thank you for all information....

Recent Blog Entries

Link

เวปไซต์รักบ้านเกิดดอทคอม http://www.rakbankerd.com/agriculture

เวปไซต์เกษตรพอเพียง www.kasetporpeang.com

เวปไซต์ลุงเกษตร http://www.lungkaset.com/

Webblock ของคุณชาญวิทย์ สำนักงานเกษตร จ.นครศรีธรรมราช http://gotoknow.org/blog/chanwit/262573

ข่าวเกษตรออกอากาศทางช่อง7 http://www.ch7.com/news/news_thailand_detail.aspx?c=2&p=372&d=39701

บทความข่าวเกษตร โดยคุณนิพนธ์ สุขสะอาด http://www.nakhonsri.doae.go.th/news50/nw511.html 

ตรวจสอบ-ติดตามการส่งกิ่งพันธุ์ทางไปรษณีย์ได้ที่

Thailand Post http://track.thailandpost.co.th/trackinternet/

Google